
วิธีการทำงานของเทคโนโลยี UV ในโรงงานผลิตผ้า
หลายคนคิดว่าหลอด UV นั้นใช้เพียงเพื่อฆ่าเชื้อมือหรือทำให้เล็บแห้งเท่านั้น แต่ในโรงงานผลิตผ้าล่ะ? หลอด UV มีบทบาทสำคัญมาก เราใช้มันในการทำความสะอาดเส้นใยดิบ และช่วยให้ลวดลายที่พิมพ์ออกมาไม่เลอะเมื่อถูกนำไปใช้งาน
“เวทมนตร์” อยู่ที่แสงสี UV
นี่คือวิธีการทำงานจริงๆ โดยพื้นฐานแล้วเราใช้แสงสองชนิดด้วยกัน
ชนิดแรกคือ UV-C ซึ่งมีหน้าที่ทำความสะอาด เมื่อแสง UV-C กระทบกับเส้นใยดิบ จะทำลาย DNA ของเชื้อโรคต่างๆ ที่อยู่บนเส้นใย ทำให้ไม่มีสิ่งสกปรกเข้ามาในผ้า
ส่วนชนิดที่สองคือ UV-A และ UV-B ซึ่งเป็นชนิดที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี โดยเมื่อเราใช้หมึกหรือสารเคลือบที่สามารถแห้งได้ด้วยแสง UV แสงนี้จะกระตุ้นให้สารเหล่านั้นเปลี่ยนจากสถานะของเหลวเป็นของแข็งได้ทันที
ไม่จำเป็นต้องรอให้เตาอบที่มีอุณหภูมิสูงทำงานอีกต่อไป
ข้อเสียของการใช้เทคโนโลยีนี้ (เพราะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ)
การติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เราต้องคำนึงถึงกำลังไฟฟ้าด้วย
หลอดที่มีกำลังไฟสูงนั้นดี เพราะช่วยให้กระบวนการผลิตเร็วขึ้น แต่มันก็จะร้อนมาก หากเราติดตั้งหลอดหลายดวงเข้าด้วยกันโดยไม่มีระบบระบายความร้อนที่ดี ก็อาจทำให้ผ้าเสียหายหรือหลอดไฟพังได้
โดยปกติแล้ว เราจะคำนวณวิธีการติดตั้งโดยดูจากความเร็วของสายพานลำเลียง และปริมาณแสงที่ผ้าต้องการเพื่อให้แห้งอย่างสมบูรณ์
สถานที่ที่เราจะเห็นหลอด UV ได้
คุณจะเห็นหลอด UV ในหลายขั้นตอนของการผลิตผ้า เช่น
ขั้นตอนเริ่มต้น: ใช้เพื่อทำความสะอาดเส้นใยดิบ เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่สะอาด
ขั้นตอนการพิมพ์: มีความสำคัญมากสำหรับผ้าพอลิเอสเตอร์หรือไนลอน แสง UV จะช่วยให้หมึกติดอยู่กับผ้าอย่างมั่นคง ไม่มีการลอกหรือเลอะเลือนของลวดลาย
ขั้นตอนการเคลือบผ้า: ใช้เพื่อเติมสารเคลือบพิเศษ เช่น สารกันน้ำหรือสารป้องกันไฟ โดยไม่ต้องใช้เตาอบที่มีอุณหภูมิสูง
หากคุณยังคงใช้เตาอบแบบเดิมอยู่ การเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี UV จะช่วยประหยัดพื้นที่และลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมาก
แต่อย่าลืมตรวจสอบแผงไฟฟ้าของคุณก่อนนะ หลอด UV นั้นใช้พลังงานมาก หากแรงดันไฟฟ้าไม่เพียงพอ อัตราการแห้งของผ้าก็จะลดลง และเชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการมีผ้าที่ยังไม่แห้งสนิท ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เสียหายได้